40,390อ่าน
ผู้เขียน: admin
KUBET – ไลฟ์งานวิ่งมาราธอนฉาว ประธานบริษัทควงกิ๊กสาว โป๊ะเต็มตา กลายเป็นเรื่องใหญ่
หนุ่มไลฟ์งานวิ่งมาราธอน กลายเป็นคลิปหลุด บังเอิญถ่ายติดประธานบริษัทควงกิ๊กสาว โป๊ะแรงเต็มตาจนกลายเป็นเรื่องใหญ่

ภาพจาก Weibo
วันที่ 25 มีนาคม 2568 เว็บไซต์ ETtoday เผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีคลิปวิดีโอเหตุการณ์อื้อฉาวถูกแชร์สนั่นบนสังคมออนไลน์ของประเทศจีน เมื่อคลิปไลฟ์ในงานวิ่งมาราธอนของชายรายหนึ่ง ดันบังเอิญไปบันทึกภาพหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า ประธานบริษัทแห่งหนึ่งมีชู้ แถมยังคงคู่พากันมาร่วมงานวิ่งด้วยกันอย่างเปิดเผย จนกลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงอย่างร้อนแรง
เหตุการณ์เกิดขึ้นที่เมืองอู๋ซี ในมณฑลเจียงซู ประเทศจีน เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้มีการจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอน โดยชายผู้เข้าร่วมงานรายหนึ่งได้ถ่ายคลิปไลฟ์สตรีมอย่างอารมณ์ดีตรงจุดรวมพล ก่อนที่จะเริ่มออกสตาร์ต ซึ่งเขาพยายามที่จะถ่ายให้เห็นผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากที่ด้านหลัง แต่หารู้ไม่ว่ามันกำลังถ่ายทอดสดภาพความสัมพันธ์ลึกซึ้งของคู่รักที่กำลังเป็นชู้กัน

ภาพจาก Weibo
จากภาพที่ถูกบันทึกเอาไว้ได้ แสดงให้เห็นว่า ด้านหลังของชายที่ถ่ายคลิปไลฟ์นั้น ชายที่ค่อนข้างมีอายุรายหนึ่งกำลังโอบไหล่หญิงสาวข้างกายด้วยลักษณะท่าทางแบบคนรัก โดยตำแหน่งที่ทั้งสองคนยืนนั้น อยู่ใกล้กับกล้องมากจนสามารถเห็นได้ชัดเจน จนกระทั่งพวกเขาสังเกตว่ามีกล้องถ่ายอยู่ จึงค่อย ๆ หายตัวไปจากจอบันทึกภาพ
ในตอนแรกคลิปไลฟ์ดังกล่าวไม่ได้มีผู้คนสนใจแต่อย่างใด เนื่องจากไม่ได้มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติ คนที่เห็นเข้าใจว่าทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน โดยคิดว่าภรรยาน่าจะมาให้กำลังใจและร่วมวิ่งกับสามี นอกจากนี้ ภาพถ่ายของกิจกรรมงานวิ่งดังกล่าว ยังเผยให้เห็นคู่รักนี้จับมือกันวิ่งอย่างมีความสุข

ภาพจาก Weibo
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นไม่นานเรื่องราวนี้กลับกลายเป็นประเด็นสุดอื้อฉาว เมื่อคลิปไลฟ์ต้นเหตุบังเอิญเผยความลับอย่างไม่ตั้งใจ บนโลกออนไลน์ได้มีการเปิดเผยว่า ชายที่ปรากฏในคลิปนั้นคือ เฉิน ลี่ห่าว ประธานบริษัทซอฟต์แวร์หยวนกวง ส่วนหญิงสาวที่ควงคู่มากับเขาก็ไม่ใช่ภรรยา แต่เป็น “เมียน้อย”
ชาวเน็ตพากันเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความประหลาดใจ โดยกล่าวทำนองว่า “โอ้โห เมียน้อยของเขายังดูเด็กมาก”, “ตอนแรกฉันนึกว่าพ่อพาลูกสาวมาวิ่งด้วยกัน”, “เหลือจะเชื่อ ใครจะไปคิดว่าคลิปไลฟ์วิ่งมาราธอน จะกลายเป็นคลิปหลุดประธานบริษัทเล่นชู้”, “คิดว่าในงานคงไม่มีใครรู้จัก แต่ตอนนี้รู้กันหมด”, “ความลับไม่มีในโลกจริง ๆ”
โดยหลังจากเรื่องราวนี้กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในวงกว้าง มีรายงานเผยว่า ภรรยาของเฉินได้เห็นคลิปวิดีโอนี้แล้วด้วยเช่นเดียวกัน และขณะนี้กำลังดำเนินการบางอย่าง
ขอบคุณข้อมูลจาก ETtoday
KUBET – หญิงตกตึกโรงพยาบาลชั้น 11 คลิปสุดท้ายร้อง หมอถอนฟันผิดซี่-ยัดฟันกลับมัดด้วยลวด
หญิงจีนตกตึกโรงพยาบาลชั้น 11 คลิปสุดท้ายร้องไห้ โทษหมอถอนฟันผิดซี่ ก่อนยัดฟันกลับแล้วมัดด้วยลวด ทำเจ็บปวดทรมานสาหัส

ภาพจาก Douyin
วันที่ 25 มีนาคม 2568 เว็บไซต์เวิลด์ออฟบัซเผยว่า เกิดเหตุการณ์ชวนสะเทือนใจ เมื่อหญิงชาวจีนรายหนึ่งตกลงมาจากชั้น 11 ของตึกโรงพยาบาลจนถึงแก่ชีวิต ภายหลังจากต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทุกข์ทรมานจากการ “ถอนฟัน” โดยคลิปวิดีโอสุดท้ายของเธอได้อ้างว่า ถูกหมอฟันถอนฟันผิดซี่ แถมยังเอาฟันยัดกลับที่เดิม
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มีาคม ที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลเทศบาลอันชิง ในมณฑลอานฮุย ประเทศจีน หญิงรายดังกล่าวเผยว่า เธอต้องการถอนฟันคุด แต่หมอถอนผิดซี่ ทว่าความเจ็บปวดไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อหมอนำฟันที่ถอนผิดซี่ ยัดกลับเข้าที่เดิมโดยใช้ลวดโลหะมัดเอาไว้ ซึ่งเธอผ่านกระบวนการทั้งหมดนี้ โดยที่ไม่ได้รับยาชาเพื่อระงับความรู้สึกหรือบรรเทาอาการเจ็บปวด

ภาพจาก Douyin
ในคลิปวิดีโอของหญิงสาวรายนี้ก่อนที่เธอจะเสียชีวิต
แสดงให้เห็นว่า เธอร้องไห้เนื่องจากมีอาการเจ็บปวดทรมานมากจนนอนไม่หลับ
นอกจากนี้ใบหน้าของเธอยังปวดปวม และเธอก็แทบจะกินอะไรไม่ได้
เพราะความเจ็บปวดอย่างรุนแรง โดยต่อมาเธอได้ไปที่โรงพยาบาลอีกแห่ง
เพื่อเอกซเรย์ตรวจเช็กฟัน ทำให้ได้รู้ว่ามีการฉีดยาชาเข้าที่ฟันคุด
แต่ฟันซี่ที่ถูกถอนออกมาผิดไม่ได้ฉีดยาชา
ทั้งนี้ ในคลิปวิดีโอสุดท้ายของหญิงรายนี้
เธอได้บันทึกขึ้นจากบนชั้นดาดฟ้าของโรงพยาบาลที่ถอนฟัน เมื่อวันที่ 17
มีนาคม ที่ผ่านมา
ซึ่งเธอได้เดินทางกลับไปที่นั่นเพื่อเจรจากับทางโรงพยาบาลให้รับผิดชอบ
แต่เธอกลับถูกขอให้ลบข้อร้องเรียนนี้
เธอไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการพูดคุย
แต่ได้ฝากข้อความสุดท้ายของเธอเอาไว้ว่า
โรงพยาบาลแห่งนี้จะเป็นหลุมศพของเธอ

ภาพจาก Douyin
“ฉันอายุ
34 และคุณทำให้ฉันตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ใครจะมาช่วยฉัน ?
คุณหลอกลวงฉันมาตั้งแต่ต้น
ขอบคุณความเสียหายที่เกิดขึ้นจากโรงพยาบาลแห่งนี้ ฉันจะมาตายที่นี่ วันนี้”
หลังจากคลิปวิดีโอสุดท้ายสิ้นสุดลง
หญิงรายดังกล่าวได้ร่วงลงมาจากดาดฟ้าชั้น 11 ของโรงพยาบาล
และหลังจากนั้นคลิปวิดีโอของเธอก็ถูกลบไป ส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล
เปิดเผยว่า แพทย์ที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ถูกพักงาน
โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน
และจะมีการเจรจากันระหว่างทางโรงพยาบาลกับทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก World of Buzz
KUBET – อินฟลูฯ สาวไลฟ์โชว์ออกกำลังกาย กระจกวิเศษเผยความลับตะลึง ของจริงไม่มีฟิลเตอร์
อินฟลูฯ สาวไลฟ์โชว์ออกกำลังกาย กระจกวิเศษเผยความลับของจริง แฟน ๆ ช็อกรู้ว่าใส่ฟิลเตอร์ แต่ไม่คิดว่าจะขนาดนี้

ภาพจาก Weibo
ความงามบนโลกออนไลน์กับฟิลเตอร์เรียกได้ว่าเป็นของคู่กัน ไม่ว่าจะใช่ปรับแต่งรูปภาพหรือคลิปวิดีโอ แม้กระทั่งคลิปไลฟ์ก็สามารถช่วยเสริมเติมแต่งให้ได้อย่างน่าทึ่ง แต่ความลับไม่มีในโลก และความจริงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
วันที่ 26 มีนาคม 2568 เว็บไซต์มิเรอร์มีเดีย เผยว่า บนโซเชียลมีเดียของจีน ได้แชร์คลิปวิดีโอของอินฟลูเอนเซอร์และสตรีมเมอร์หญิงรายหนึ่ง ในขณะที่เธอกำลังไลฟ์โชว์ออกกำลังกายให้แฟน ๆ ที่ติดตามได้ชื่นชม แต่เธอดันลืมไปว่ามีกระจกบานใหญ่อยู่ด้านหลัง ทำให้เห็นภาพ “เบื้องหลังความหุ่นดี” แบบไม่มีฟิลเตอร์ จุดประกายให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด

ภาพจาก Weibo
สตรีมเมอร์สาวรายนี้มักจะโชว์ออกกำลังกายเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่กำลังลดน้ำหนัก จนมีผู้ชื่นชอบเข้าไปติดตามจำนวนหนึ่ง กระทั่งคลิปไลฟ์ล่าสุดของเธอ เธอได้โชว์ปั่นจักรยานออกกำลังกายอย่างร่าเริง ไปพร้อมกับพูดคุยกับแฟน ๆ บนแพลตฟอร์มโซเชียล โดยในคลิปวิดีโอจะเห็นว่าเธอมีหุ่นที่พร้อมเพรียวดูสดใส แต่เธอดันลืมไปว่า มีกระจกเงาส่องตัวเต็มตัวอยู่ข้างหลังเธอ

ภาพจาก Weibo
ภาพที่สะท้อนในกระจกแสดงให้เห็นว่า
แท้จริงแล้วสตรีมเมอร์สาวรายนี้มีรูปร่างท้วม ลักษณะเป็นสาวอวบคนหนึ่ง
โดยเฉพาะช่วงเอวและไขมันรอบพุงของเธอ
ไม่ได้ผอมเพรียวแบบที่เห็นจากหน้ากล้อง รวมไปถึงช่วงบนของเธอ
สัดส่วนศีรษะและใบหน้าของเธอก็ไม่ได้เล็กเรียวความงามทั้งตัวที่เห็นเป็นเพียงแค่ฟิลเตอร์ที่เธอใช้

ภาพจาก Weibo
กระทั่งจังหวะหนึ่ง
สตรีมเมอร์สาวเพิ่งจะรู้ตัวว่ามีกระจกเงาอยู่ที่ด้านหลัง
สีหน้าและท่าทางของเธอเปลี่ยนไปในทันที
ก่อนที่เธอจะรีบลงมาจากเครื่องปั่นจักรยานแล้วปิดคลิปไลฟ์ไปอย่างรวดเร็ว
ทว่าชาวเน็ตได้บันทึกและแชร์คลิปไลฟ์ดังกล่าวต่อกันออกไปจนแพร่หลายบนโลกออนไลน์
หลายคนที่ได้เห็นต่างรู้สึกตกตะลึงไปตามกัน
“กระจกวิเศษของจริง บอกแต่ความจริงไม่มีหลอกลวง”
“เนื้อรอบเอวของเธอ ทำฉันช็อกมาก”
“นี่คือการหลอกลวงชัด ๆ”
“เธอคนนั้นคือฉันอีกคน ผู้หญิงในกระจกคือคนเดียวกันจริง ๆ ใช่ไหม !”
“ความเชื่อฉันพังทลาย”
“รู้ว่าใส่ฟิลเตอร์ แต่ไม่คิดว่าจะแตกต่างขนาดนี้”
ขอบคุณข้อมูลจาก Mirror Media
KUBET – เพื่อนหาย 3 วัน มาดูที่คอนโดหรูกลางกรุง พบถูกฆ่าตาย คาดฝีมือแฟนหนุ่มสิงคโปร์
สาวสวยถูกฆ่าในคอนโดหรูกลางกรุง หายตัว 3 วันเพื่อนสนิทเอะใจจึงเข้ามาดู พบเป็นศพที่ห้องน้ำ คาด ฝีมือแฟนหนุ่มชาวสิงคโปร์ที่มีปัญหามาตลอด

ภาพจาก เฟซบุ๊ก เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand
วันที่ 27 มีนาคม 2568 เฟซบุ๊ก เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand รายงานว่า ที่คอนโดหรูในซอยสุขุมวิท 39 มีการฆาตกรรมเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ จึงเข้าไปตรวจสอบ พบว่า ในห้องเกิดเหตุที่อยู่ชั้น 22 ประตูไม่ได้ล็อก แอร์เปิดทิ้งไว้ มีศพนางสาวพราวพิลาศ พละดร วัย 30 ปี ที่พื้นห้องน้ำ ถูกห่อ 2 ชั้นด้วยผ้าห่มสีฟ้า ผ้าปูสีขาวเปื้อนเลือด ข้างในไม่ได้สวมเสื้อ ที่ศีรษะมีผ้าสีขาวพันอยู่ จากการตรวจสอบห้องจุดอื่น ๆ พบว่า มีกระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกาหรูบางส่วนหายไป
ด้านนางสาวสุทธิดา เหลื่อมไสย และนางสาวเอมวิกา มากถี่ เพื่อนผู้ตาย ให้ข้อมูลว่า ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา ไม่สามารถติดต่อผู้ตายได้ตั้งแต่ช่วงเย็น วันนี้จึงมาแจ้งความเพื่อที่จะเข้าห้องผู้ตาย พอมาเห็นก็พบศพ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand
ก่อนหน้านี้
ผู้ตายกับแฟนหนุ่มชาวสิงคโปร์
มักมีปัญหาทะเลาะกันและลงมือทำร้ายร่างกายกันเป็นประจำ เมื่อตำรวจตรวจสอบ
พบว่า นาย Daniel แฟนหนุ่มผู้ตาย เดินทางออกจากโรงแรมตั้งแต่วันที่ 25
มีนาคม เวลาบ่าย 3 และจะติดตามตัวมาสอบปากคำต่อไป

ภาพจาก เฟซบุ๊ก เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand
ขอบคุณข้อมูลจาก
เฟซบุ๊ก เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand
เฟซบุ๊ก เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand
KUBET – รอง ผอ. แจงเอง เหตุหอบผ้าหอบผ่อนมานอน รร. ที่แท้มีเบื้องหลัง ร้ายแรงถึงชีวิต
รอง ผอ. โรงเรียนดังกลางกรุงเทพฯ แจงเอง สาเหตุหอบผ้าหอบผ่อนมานอน รร. ที่แท้มีเบื้องหลัง กับปัญหาสุขภาพ อาการป่วย ร้ายแรงถึงชีวิต

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน
เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงไม่น้อยในโลกออนไลน์ กรณีเฟซบุ๊ก ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน เผยแพร่เรื่องราวเกี่ยวกับ รอง ผอ. โรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ได้หอบผ้าหอบผ่อนมาอาศัยอยู่ที่บริเวณห้องเก็บของใต้บันไดของโรงเรียน ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยได้กินอยู่ที่นี่มานาน 4 เดือนแล้ว วันดีคืนดีก็ใส่เสื้อบอลเดินไปอาบน้ำให้ครูและนักเรียนได้เห็นกันด้วย
อ่านข่าว : รอง ผอ. หอบผ้าหอบผ่อนนอนห้องใต้บันไดโรงเรียน อาบน้ำให้ครู – นักเรียนเห็น กลางกรุงแท้ ๆ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน
ล่าสุด (27 มีนาคม 2568) ทีมข่าวช่อง 3
ได้ลงพื้นที่โรงเรียนดังกล่าวเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเบื้องต้นทาง ผอ.
โรงเรียน ไม่สะดวกให้สัมภาษณ์เพราะติดภารกิจประชุมครู
แต่ให้ข้อมูลเบื้องต้นว่าเรื่องที่นำเสนอในเพจนั้น ตนเองทราบเรื่องแล้ว
และได้รางวานไปยัง ผอ. เขตวัฒนา
และปลัดกรุงเทพมหานครก็ทราบเรื่องแล้วเช่นกัน
ทั้งนี้ ระหว่างที่ทีมข่าวนั่งรอผบกับ ผอ. นั้น นายปริญญา รอง ผอ.
โรงเรียนดังกล่าว ซึ่งทางเพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน
ให้ข้อมูลว่าเป็นบุคคลที่หอบผ้ามานอนที่โรงเรียน
ได้เดินเข้ามาชี้แจงกับผู้สื่อข่าว
และพาไปดูบริเวณห้องเก็บของใต้บันไดอาคาร 2 ซึ่งตนเองนอนอาศัยอยู่ด้วย
โดยนายปริญญา เผยถึงเหตุผลที่ต้องมานอนที่โรงเรียนว่า
ปกติตนอาศัยบ้านเช่าอยู่คนเดียวที่ย่านบึงกุ่ม
เนื่องจากได้แยกทางกับภรรยาและลูก แต่เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว
ตนเองมีอาการตัวสั่นและวูบหมดสติระหว่างการประชุม
ครูในโรงเรียนจึงพากันนำตัวส่งโรงพยาบาล ต้องนอนรักษาตัวนาน 5 วัน
ผลการตรวจสุขภาพพบว่าตนเองมีภาวะโรคหัวใจ
เนื่องจากเส้นเลือดหัวใจตีบหรืออุดตันไป 1 เส้น
หลังออกจากโรงพยาบาล ร่างกายก็ไม่แข็งแรง
เดินขึ้นอาคารเรียนก็มีอาสการหอบเหนื่อย ต้องกินยาช่วงเช้า 8 เม็ด
กินยาช่วงเย็น 3 เม็ดทุกวัน ทาง ผอ.
เห็นว่าสุขภาพไม่ดีและพักอาศัยอยู่คนเดียว ถ้าอาการกำเริบหรือวูบอีก
อาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงสอบถามว่า มานอนเฝ้าโรงเรียนหรือไม่
มาคอยดูแลโรงเรียนด้วย เพราะที่โรงเรียนมี รปภ. หากมีเหตุฉุกเฉิน
ยังมีคนช่วยเรียกรถพยาบาลให้ได้
จากนั้นตนจึงขอมานอนที่โรงเรียนชั่วคราวเพื่อรักษาตัวให้แข็งแรงถ้าแข็งแรงแล้วก้จะกลับไปพักที่เดิมหรือออกไปเช่าที่พักใกล้โรงเรียน
โดยช่วงที่มานอนโรงเรียน ก็ได้ไปรับลูกสาววัย 8 ขวบ
ที่อาศัยอยู่กับยายให้มานอนเป็นเพื่อน มาเฝ้าพ่อ
และสั่งว่าถ้ามีอาการกำเริบหรือหมดสติไป ให้รีบวิ่งไปเรียก รปภ.
เพื่อตามรถพาไปโรงพยาบาลด้วย
เนื่องจากตอนอยู่ที่เดิมตนต้องขับรถจักรยานยนต์ ระยะทาง 15 กม.
ถือว่ามีความเสี่ยง จึงมานอนที่โรงเรียนชั่วคราว
สำหรับห้องที่ตนอาศัยนอน เป็นห้องเก็บของและควบคุมหม้อแปลงไฟฟ้า
อยู่ใต้บันไดอาคาร 2 ไม่มีแอร์ ยาวประมาณ 4 เมตร กว้าง 2-3 เมตร
ใช้อาศัยนอนชั่วคราวเท่านั้น ระหว่างรอให้อาการป่วยดีขึ้น
และยังได้นำใบรับรองแพทย์และยาที่ต้องกินทุกวัน มาให้ทีมข่าวดูด้วย
โดยทาง รอง ผอ. คาดว่าสาเหตุที่มีภาพและข้อมูลไปปรากฏในสื่อ
อาจเพราะปัญหาการทำงานภายในโรงเรียน ที่มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ
เพราะตนเป็นผู้บริหาร อาจสั่งงานหรือทำอะไรไม่ถูกใจบุคลากรบางคน
จึงทำให้เกิดการร้องเรียนดังกล่าว
อยากชี้แจงกับสังคมว่า
สาเหตุที่ตนต้องมานอนที่โรงเรียน เพราะป่วยเป็นโรคหัวใจตีบ
ถือว่าเป็นโรคอันตราย ถ้าอยู่คนเดียวแล้วเกิดวูบไป อาจถึงแก่ชีวิตได้
ผู้บริหารโรงเรียนเป็นห่วงจึงให้มาอาศัยนอนชั่วคราว
หากอาการดีขึ้นและแข็งแรง ก็พร้อมย้ายออก แต่การมานอน
ก็ต้องช่วยดูแลโรงเรียนด้วย เพราะตนเองเป็นรองฝ่ายบริหารงานทั่วไป
ตอนนี้อายุ 59 ปี ปีหน้าก็จะเกษียณแล้ว
หลังจากการพูดคุย รอง ผอ.
ก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ช่วยกันขนข้องย้ายออกจากห้องเก็บของ โดยให้ข้อมูลว่า
วันนี้ตนเองจะย้ายออกทันที เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย
ช่วงนี้อาจไปหาเช่าห้องพักใกล้ ๆ กับโรงเรียนอยู่ไปก่อน
ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นหากสำนักงานเขตจะตั้งกรรมการสอบก็พร้อมให้ข้อมูลและปฏิบัติตามคำสั่ง
ยืนยันที่มาพักเพราะป่วยจริง ไม่มีเจตนาเบียดบังทรัพยากรของทางราชการ
เพราะห้องที่นอนไม่มีแอร์ เปิดเพียงพัดลมเท่านั้น
ขอบคุณข้อมูลจาก ช่อง 3
KUBET – ครอบครัวเปิดแชต คิมซูฮยอน-คิมแซรน บอกคิดถึงขอจูบ ถามเมื่อไหร่จะได้นอนด้วย
KUBET – เตือนอาการที่ต้องระวัง อาจเป็นมะเร็งใน 6 เดือน ชี้จุดสำคัญ น้ำหนักลดเอง
หมอเจด เตือนอาการที่ต้องระวัง หากเข้าข่ายอาจเป็นมะเร็งใน 6 เดือน ชี้จุดสำคัญคือน้ำหนักลดโดยไม่มีสาเหตุ หากมีอาการตามนี้ แนะให้รีบหาหมอ

วันที่ 25 มีนาคม 2568 เฟซบุ๊ก หมอเจด ของ นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ หรือ หมอเจด รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เผยแพร่ความรู้ด้านสุขภาพ ว่าด้วยอาการที่ต้องระวังให้ดี หากเข้าข่ายอาการแบบนี้อาจเป็นมะเร็งใน 6 เดือน
โดยระบุว่า เวลาที่อยู่ ๆ น้ำหนักก็ลดลงแบบไม่ตั้งใจ ทั้งที่ไม่ได้คุมอาหารหรือออกกำลังกายหนักขึ้น บางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องดี แต่จริง ๆ แล้ว ถ้าน้ำหนักลดมากกว่า 5% ของน้ำหนักตัวในช่วง 6-12 เดือน (เช่น จาก 70 กก. เหลือ 66 กก. โดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย) อาจมีอะไรมากกว่านั้น
งานวิจัยล่าสุด “Prioritising primary care patients with unexpected weight loss for cancer investigation: diagnostic accuracy study (update) Brian D Nicholson et al. BMJ. 2024.” ที่ทำการศึกษาคนกว่า 3 แสนคน พบว่า การที่อยู่ ๆ น้ำหนักลดแบบนี้ อาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็ง โดยเฉพาะถ้าเกิดกับคนที่อายุเกิน 50 ปี หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย มันก็จะดีนะ ถ้าเจอเร็ว ก็มีโอกาสรักษาได้ทัน แต่ความน่ากลัวคือ หลายคนมองข้ามมันไป
ใครบ้างที่เสี่ยงที่สุด ?
– ผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป
– ผู้หญิงอายุ 60 ปีขึ้นไป
– คนที่เคยสูบบุหรี่
– คนที่มีอาการอื่นร่วมกับน้ำหนักลด
สำหรับคนกลุ่มนี้ โอกาสเป็นมะเร็งภายใน 6 เดือนหลังจากเริ่มน้ำหนักลดนั้นสูงกว่า 3% ซึ่งถือว่าเยอะพอที่หมอจะแนะนำให้ตรวจหาโรคมะเร็งแบบจริงจัง
ส่วนคนที่อายุน้อยกว่านั้น ถ้าไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย โอกาสเป็นมะเร็งก็ค่อนข้างต่ำ (ต่ำกว่า 3%) ซึ่งหมายความว่าไม่จำเป็นต้องรีบตรวจหามะเร็งในทันที
อาการอะไรบ้างที่ต้องจับตา ?
น้ำหนักลดเองอาจยังไม่บอกอะไรมาก แต่ถ้ามาพร้อมกับอาการอื่น ๆ โอกาสเป็นมะเร็งจะเพิ่มขึ้น งานวิจัยนี้พบว่า
ในผู้ชาย มี 17 อาการที่สัมพันธ์กับมะเร็ง เช่น
– อ่อนเพลียตลอดเวลา
– ปวดท้องบ่อย
– ดีซ่าน (ตัวเหลือง ตาเหลือง)
– ไอเรื้อรังแบบไม่มีเหตุผล
– กลืนอาหารลำบาก
– อาเจียนเป็นเลือด
– ปัสสาวะเป็นเลือด
– คลำเจอก้อนในทวารหนัก
ในผู้หญิง มี 8 อาการที่สัมพันธ์กับมะเร็ง เช่น
– ปวดหลังเรื้อรัง
– ดีซ่าน
– คลำเจอก้อนในอุ้งเชิงกราน
– อาเจียนเป็นเลือด
– ปัสสาวะเป็นเลือด
ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมกับน้ำหนักลด โอกาสเป็นมะเร็งพุ่งสูงขึ้นหลายเท่า เช่น ในผู้ชาย ถ้ามีอ่อนเพลียร่วมกับน้ำหนักลด โอกาสเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้น 1.43 เท่า แต่ถ้าพบก้อนที่ทวารหนัก โอกาสจะสูงถึง 21 เท่า เลยทีเดียว ส่วนผู้หญิง ถ้ามีปวดหลังร่วมกับน้ำหนักลด โอกาสเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้น 1.28 เท่า และถ้ามีก้อนในอุ้งเชิงกราน ความเสี่ยงสูงถึง 19.46 เท่า
ตรวจเลือดช่วยบอกอะไรได้บ้าง ?
นอกจากอาการแล้ว งานวิจัยยังพบว่า
ค่าตรวจเลือดบางอย่างผิดปกติอาจเป็นตัวบ่งชี้มะเร็งได้
โดยเฉพาะค่าที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบหรือการเปลี่ยนแปลงของเม็ดเลือด เช่น
– อัลบูมินต่ำ (โอกาสเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้น 3.24 เท่า)
– เกล็ดเลือดสูง (3.48 เท่า)
– เม็ดเลือดขาวสูง (3.01 เท่า)
– ค่า C-reactive protein (CRP) สูง (3.13 เท่า)
แต่ไม่มีค่าตรวจเลือดไหนที่สามารถบอกได้ชัวร์
ๆ ว่าคุณไม่มีมะเร็ง เพราะฉะนั้นถ้าผลเลือดปกติ แต่ยังมีอาการที่น่าสงสัย
หมออาจยังต้องตรวจเพิ่มเติม
แล้วเราควรทำยังไงต่อ ?
ถ้าแค่ผอมลงเพราะออกกำลังกายหรือกินน้อยลง
ก็ไม่ต้องกังวล แต่ถ้าน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
และมีอาการต่อไปนี้ร่วมด้วย แนะนำให้รีบไปหาหมอ
– น้ำหนักลด >5% ภายใน 6-12 เดือน โดยไม่มีเหตุผล
– รู้สึกอ่อนเพลียเรื้อรัง หรือเบื่ออาหาร
– ปวดท้อง ไอเรื้อรัง กลืนลำบาก ดีซ่าน อาเจียนเป็นเลือด
– คลำเจอก้อนที่ผิดปกติ เช่น ที่อุ้งเชิงกราน หรือทวารหนัก
– ผลตรวจเลือดผิดปกติ เช่น เกล็ดเลือดสูง เม็ดเลือดขาวสูง CRP สูง
สรุปง่าย
ๆ คือ ถ้าคุณอายุ 50 ปีขึ้นไป (หรือ 60 ปีขึ้นไปในผู้หญิง)
และน้ำหนักลดแบบไม่มีเหตุผล พร้อมอาการแปลก ๆ ควรไปพบหมอเพื่อตรวจหามะเร็ง
อย่ารอให้สายเกินไป เพราะการเจอเร็ว ช่วยเพิ่มโอกาสรักษาหายได้สูง
ส่วนคนอายุน้อยกว่านี้
ถ้าไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย โอกาสเป็นมะเร็งยังต่ำอยู่
แต่ถ้ามีอาการที่กล่าวมาข้างต้น ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ แต่ทั้งนี้
ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่น้ำหนักลดจะเป็นมะเร็ง อาจมีสาเหตุอื่น เช่น
โรคเรื้อรัง การเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน หรือความเครียด
แนะนำไปหาหมอเพื่อหาสาเหตุ ดีกว่าเสียใจทีหลัง
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก หมอเจด