
เหตุที่ทำให้เมนูนี้กลายเป็นไวรัลขึ้นมา เป็นเพราะเมนูพิมพ์ผิดเป็น ลูกตาลอยแก้ว ตก ล. ไปตัวหนึ่งทำเอาความหมายเปลี่ยน เป็นเรื่องสยองขวัญในทันทีว่า ตาใครเอ่ย ส่วนอีกเมนูก็พิมพ์ผิดเหมือนกัน สละลอดแก้ว จาก ย. เป็น ด. เฉย

เหตุที่ทำให้เมนูนี้กลายเป็นไวรัลขึ้นมา เป็นเพราะเมนูพิมพ์ผิดเป็น ลูกตาลอยแก้ว ตก ล. ไปตัวหนึ่งทำเอาความหมายเปลี่ยน เป็นเรื่องสยองขวัญในทันทีว่า ตาใครเอ่ย ส่วนอีกเมนูก็พิมพ์ผิดเหมือนกัน สละลอดแก้ว จาก ย. เป็น ด. เฉย
นักวิทย์ฯ เผย ดาวเคราะห์น้อย 2024 YR4 ที่เพิ่งถูกค้นพบ มีโอกาสเล็กน้อยที่จะพุ่งชนโลกใน 7 ปี ส่อสร้างความเสียหายร้ายแรงหากเกิดขึ้น แต่ย้ำไม่ต้องกังวล
วันที่ 31 มกราคม 2568 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น และเดลี่เมล รายงานว่า องค์การนาซา (NASA) และองค์การอวกาศยุโรป (ESA) ยังคงจับตาดาวเคราะห์น้อยใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบอย่างใกล้ชิด หลังพบว่าดาวเคราะห์น้อย 2024 YR4 มีโอกาสเล็กน้อยที่จะพุ่งชนโลก ในวันที่ 22 ธันวาคม 2032 (พ.ศ. 2575) อย่างไรก็ตาม แม้มีโอกาสสูงมากที่ 2024 YR4 จะพุ่งผ่านโลกไปเฉย ๆ แต่หินอวกาศขนาดใหญ่นี้มีศักยภาพพอที่จะสร้างความเสียหายรุนแรง หากมีการพุ่งชนโลกตรง ๆ
สำหรับดาวเคราะห์น้อย 2024 YR4 ถูกตรวจพบครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยกล้องโทรทรรศ์ ATLAS ในเมืองริโอ ฮูร์ตาโด ประเทศชิลี ภายใต้โครงการสำรวจดาวเคราะห์น้อยที่ได้รับทุนจาก NASA ซึ่งจะมีการส่องบนท้องฟ้าเพื่อตรวจหาดาวเคราะห์น้อยที่เข้าใกล้โลก ก่อนที่ระบบเตือนภัยดาวเคราะห์น้อยอัตโนมัติ จะส่งสัญญาณเตือนหลังระบุว่าดาวเคราะห์น้อยนี้ มีโอกาสเล็กน้อยที่จะชนโลก
ก่อนหน้านี้ NASA เคยประมาณว่า ดาวเคราะห์น้อย 2024 YR4 ที่มีขนาดกว้างเกือบ 200 ฟุต มีโอกาส 1 ใน 83 หรือราว 1.2% ที่จะพุ่งชนโลกของเรา แต่ตอนนี้ระบบเฝ้าระวัง Sentry มีรายงานว่าโอกาสได้เพิ่มขึ้นมาเป็น 1 ใน 77 หรือ 1.3% ที่ดาวเคราะห์น้อยดังกล่าวจะพุ่งชนโลกตรง ๆ
นักดาราศาสตร์ยังคำนวณโซนในการพุ่งชน ทอดยาวจากอเมริกาใต้ ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ไปจนถึงกลุ่มประเทศใต้ทะเลทรายซาฮารา ซึ่ง 2024 YR4 มีศักยภาพพอที่จะสร้างความเสียหายรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการตกลงในพื้นที่ซึ่งมีประชากรหนาแน่นอย่างเมืองใหญ่ เนื่องจากขนาดของมันเทียบได้กับหินอวกาศอีกก้อนที่เคยพุ่งชนโลกมาแล้วเมื่อปี 1908 (พ.ศ. 2451) ซึ่งมีแรงระเบิดเทียบเท่า TNT 50 ล้านตัน
แม้ข้อมูลดังกล่าวพบว่าความน่าจะเป็นที่ 2024 YR4 จะพุ่งชนโลกนั้นมีโอกาสเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ ริชาร์ด พี บินเซล นักดาราศาสตร์และศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์ จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ย้ำว่าไม่มีอะไรต้องเป็นกังวล เพราะความแตกต่างระหว่าง 1.2% กับ 1.3% ไม่ได้สำคัญอะไร อีกทั้งโอกาสที่ดาวเคราะห์น้อยจะพุ่งชนโลกจริง ๆ นั้นยังต่ำมาก และมีโอกาสสูงมากที่จะพุ่งผ่านโลกไปอย่างปลอดภัย โดยอยู่ห่างจากโลกประมาณ 66,000 ไมล์ (ราว 106,000 กิโลเมตร)
ทั้งนี้ นักดาราศาสตร์เชื่อว่าดาวเคราะห์น้อย 2024 YR4
มีขนาดเทียบเท่าดาวเคราะห์น้อยตุงกุสคา (Tunguska)
ที่ทำให้เกิดการพุ่งชนครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อปี 1908 (พ.ศ.
2451) โดยดาวเคราะห์น้อยดังกล่าวเกิดการระเบิดในอากาศเหนือไซบีเรีย
กวาดต้นไม้ 80 ล้านต้น ในพื้นที่ป่า 830 ตารางไมล์ จนตายราบ ซึ่งหาก 2024
YR4 พุ่งผ่านชั้นบรรยากาศของโลกเข้ามาจริง ๆ
ก็อาจทำให้เกิดเหตุการณ์คล้ายกัน
หรือหากไม่มีการระเบิดไปก่อนและยังมีสภาพเดิมตอนพุ่งชนโลก
ก็อาจทำให้เกิดหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่ทำลายชุมชนมนุษย์ในบริเวณนั้น
ขณะนี้ 2024 YR4 จัดว่าอยู่ในอันดับสูงสุดของรายชื่อวัตถุใกล้โลก
(Near-Earth Objects หรือ NEOs) โดยมีความเสี่ยงอยู่ที่อันดับ 3 จาก 10
อย่างไรก็ตาม
ในขณะที่นักดาราศาสตร์ยังจับตาดูดาวเคราะห์น้อยที่กำลังพุ่งเข้าใกล้โลกอย่างใกล้ชิด
แต่ก็ยังไม่สามารถคาดเดาได้อย่างชัดเจนว่าดาวเคราะห์น้อยนี้จะสร้างความเสียหายได้มากขนาดไหน
โดยผู้เชี่ยวชาญต้องหาขนาดและองค์ประกอบที่แท้จริงของดาวเคราะห์น้อยให้ได้ก่อน
จะสามารถคำนวณการชนได้
ซึ่งจะสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อดาวเคราะห์น้อยเข้ามาใกล้โลกมากขึ้นเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม
นักดาราศาสตร์ย้ำว่าผู้คนไม่ควรต้องเป็นกังวลกับดาวเคราะห์น้อยนี้
เพราะในขณะที่ 2024 YR4 มีโอกาสเล็กน้อยที่จะพุ่งชนโลก แต่ยังมีโอกาสเกือบ
99% ที่จะผ่านโลกไปโดยไม่เกิดอันตรายใด ๆ กับโลก ในช่วงเวลาดังกล่าว
ขอบคุณข้อมูลจาก CNN, Daily Mail
สาวโพสต์คลิปวิดีโอ TikTok แชร์ความสยองแนบหน้า ผลของการเอามือถือเข้าห้องน้ำ เตือนคนอื่นอย่าทำ เจอชาวเน็ตแย้งแรง
หลายคนมีพฤติกรรมติดโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะทำกิจวัตรประจำวันใด ๆ ก็มักจะพกมือถือติดตัวไปด้วยตลอดเวลา ไม่เว้นแม้กระทั่งเข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัว ทว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีหญิงสาวรายหนึ่งเจอความสยองอย่างที่ไม่คาดคิด อันเป็นผลจากการชอบเอามือถือเข้าห้องน้ำไปด้วย
เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2568 เว็บไซต์นิวยอร์กโพสต์ เผยว่า สาวชื่อว่า แอนดี้ ผู้ใช้บัญชี TikTok @bestfindsbestie ได้โพสต์คลิปวิดีโอเล่าว่า ปกติเธอมักจะเอาโทรศัพท์มือถือเข้าไปในห้องน้ำ โดยจะเปิดเพลิงฟังเพื่อความเพลิดเพลินขณะอาบน้ำ แต่ก่อนหน้านั้นที่ผ่านมา เธอไม่รู้เลยว่ามีสิ่งหนึ่งกำลังก่อตัวขึ้นที่เคสโทรศัพท์ของเธอ นั่นก็คือเชื้อรา
แอนดี้เผยว่า เคสโทรศัพท์มือถือของเธอเป็นซิลิโคน
เธอใส่มันไว้กับเครื่องโทรศัพท์ตลอด
และเธอก็ใช้โทรศัพท์มือถือตามปกติทั่วไป รวมไปถึงสัมผัสแนบหน้า
จนกระทั่งเธอถอดเคสซิลิโคนออกมา สิ่งที่เห็นทำเอาเธอตกใจมาก
มีเชื้อราเจริญเติบโตอยู่อย่างสยดสยองที่ด้านในเคสโทรศัพท์
“ประกาศเตือน หากคุณเอามือถือเข้าห้องน้ำด้วย (ผลที่ตามมาจะเป็นแบบนี้)” แอนดี้ กล่าว
คลิปวิดีโอนี้ได้รับความสนใจบนโซเชียลมีเดียและกลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงดุเดือด
ชาวเน็ตหลายคนเข้าไปคอมเมนต์เห็นโต้แย้งแสดงความไม่เห็นด้วย
“ฉันก็ชอบเอาโทรศัพท์เข้าห้องน้ำ แต่ไม่เคยเห็นอะไรที่ดูน่าขยะแขยงเช่นนี้มาก่อน”
“โทรศัพท์มือถือสกปรกมากอยู่แล้ว เพราะสัมผัสเชื้อโรคตลอดเวลา
ไม่ใช่แค่ในห้องน้ำ ประเด็นคือคุณควรทำความสะอาดเป็นประจำ
โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้มันแนบหน้า”
อย่างไรก็ตาม
มีผู้ใช้โซเชียลอีกส่วนแนะนำว่า
หากอยากจะเอาโทรศัพท์มือถือเข้าห้องน้ำควรจะใช้ถุงพลาสติกกันน้ำ
เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องเกิดความชื้นจนเป็นจุดกำเนิดของเชื้อราได้
นอกจากนี้ยังมีบางคนบอกว่า
พวกเขาก็เคยเจอเชื้อราที่ด้านหลังเคสเช่นเดียวกัน
แต่ปริมาณอาจจะไม่ได้มากเช่นกรณีนี้้
ตามข้อมูลบนเว็บไซต์ Apple ระบุว่า ควรเช็ดภายนอกของโทรศัพท์ iPhone
ด้วยผ้าเช็ดทำความสะอาดที่มีแอลกอฮอล์ไอโซโพรพิล 70 เปอร์เซ็นต์
หรือแอลกอฮอล์เอทิล 75 เปอร์เซ็นต์
หรือทิชชูเปียกผสมแอลกอฮอล์ที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อแบคทีเรีย
และที่สำคัญควรควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ความชื้นเข้าไปในช่องต่าง ๆ ของโทรศัพท์
ขอบคุณข้อมูลจาก New York Post
ไรเดอร์แบ่งปันน้ำใจในวันเกิด วิ่งรถหาเงินได้ นำไปมอบให้ร้านขายยา ฝากช่วยเหลือคนที่จำเป็น ร้านลงเคสซึ้งส่งต่อให้เรียบร้อยแล้ว
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ รายงานว่า มีเรื่องราวชวนประทับใจเกิดขึ้นที่ร้านขายยาศรีด่านเภสัช จ.สมุทรปราการ เผยภาพจากกล้องวงจรปิดเมื่อวันที่ 20 มกราคม จับภาพหนุ่มไรเดอร์คนหนึ่ง ขี่รถมาจอดหน้าร้านแล้วเดินเข้ามาในร้าน เมื่อถามว่ามาส่งของอะไร ทางไรเดอร์ตอบว่า ไม่ได้มาส่งของ แต่มีเรื่องอยากให้ช่วย
ไรเดอร์ยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้กับเภสัชกร บอกว่าวันนี้เป็นวันเกิดของตัวเอง ตั้งใจทำงานขี่รถส่งอาหารมาจนได้เงินมา จึงนำไปซื้ออาหารแจกให้กับคนที่ลำบาก ส่วนเงินอีกส่วนอยากให้ร้านขายยารับไว้ เพื่อส่งต่อเป็นค่ายาให้กับคนที่จำเป็น
เมื่อถามว่าตั้งใจเช่นนี้จริงใช่ไหม หนุ่มไรเดอร์ ยืนยันว่า
ใช่ครับ แม้จะเป็นค่าแรงเกือบทั้งวันแต่ผมไม่เสียดาย
ร้านขายยาจึงรับเงินไว้ ส่วนหนุ่มไรเดอร์ก็เดินออกไปเพื่อขี่รถหาเงินต่อ
จากนั้นอีก 2 วันต่อมา มีตายายคู่หนึ่งมาที่ร้านขายยา
คุณตาบาดเจ็บที่แขนเลือดไหล ร้านตรวจอาการและทำแผลให้เบื้องต้น
สอบถามทราบว่า ตายายไม่ได้มีงาน ยังชีพด้วยเบี้ยคนชรา
เงินพอใช้บ้างไม่พอใช้บ้าง ร้านจึงแจ้งว่า
กรณีนี้ไม่คิดค่ารักษาและไม่คิดค่ายา
เพราะมีไรเดอร์ฝากเงินเอาไว้ช่วยเหลือค่ายาให้กับคนที่จำเป็น
จนตายายยกมือไหว้เภสัชกร ก่อนจะพากันออกไปพร้อมกับถุงยา
นอกจากนี้ ยังมีอีกคสที่ลุงคนหนึ่งปั่นจักรยานมา จู่ ๆ มีอาการหอบกำเริบ
จึงจอดรถพัก ก่อนจะเข้ามาซื้อยาในร้าน เภสัชกรจึงรีบจัดยาให้
แล้วบอกว่าเงินที่ลุงเตรียมมาให้เก็บไว้
เพราะมีพี่ไรเดอร์มอบเงินค่ายาไว้ให้
ร้านขายยาได้ระบุข้อความ ฝากถึงไรเดอร์ใจดีคนนี้ น้ำใจที่พี่ให้มา ผมส่งต่อให้แล้วครับ
ขณะที่หนุ่มไรเดอร์
ได้โพสต์ภาพขณะนำเงินที่หาได้ในวันเกิดไปแจกจ่ายช่วยเหลือคน พร้อมระบุว่า
วันเกิดผม ไม่ได้เลิศหรูเหมือนคนอื่นนะ แจกข้าว+เค้กกล้วยหอม คนข้างทาง
เอาเงินช่วยให้ร้านยาพี่หมอ คนที่ลำบากกว่าเรายังมี ทำตามกำลัง
เอาที่เราไหว ขอบคุณทุกคำอวยพรนะครับ
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ศรีด่านเภสัช
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ศรีด่านเภสัช
ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้
สาวไทยให้หนุ่มต่างชาติลองกินกุ้งแช่น้ำปลา เจ้าตัวลังเลสุด ๆ แต่ไม่ทันแล้ว ชิมสักพักรู้เรื่องทันที จนกลายเป็นไวรัล 3 ล้านวิว
น่าจะเป็นเมนูโปรดของหลายคน สำหรับเมนู กุ้งแช่น้ำปลา ซึ่งงานนี้หากใครไม่ชื่นชอบกินของดิบก็อาจจะพลาดความอร่อยได้
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 โลกออนไลน์แชร์คลิปของช่อง TikTok @edviejepnbv ลงคลิปพร้อมข้อความว่า เมื่อให้ฝรั่งลองกุ้งแช่น้ำปลาครั้งแรก เรียกว่าป้อนให้ชิมแล้วรีวิวแบบไม่ทันได้ตั้งตัว
จากคลิปสาวไทยได้นำกุ้งแช่น้ำปลาพร้อมกับน้ำจิ้มซีฟู้ดและผัก ตักใส่ช้อนให้พอดีคำไปลองให้หนุ่มต่างชาติได้ลองชิม ทำเอาเจ้าตัวถึงกับลังเลที่จะกิน พูดเป็นภาษาอังกฤษว่า “เมนูอะไรเนี่ย มันดูดิบนะ” โดยสาวไทยก็บอกว่ามันคือ “กุ้งแช่น้ำปลา”
หลังจากได้ลองชิม พบว่าเจ้าตัวถึงกับทำหน้าอธิบายไม่ถูกไปสักพัก
ก่อนจะยอมรับว่ามันอร่อยดี ทำเอาสาวไทยถึงกับหัวเราะสะใจ พร้อมอุทานว่า “อร่อยล่ะสิ ไอ้… อร่อยเฉย”
คลิปนี้กลายเป็นไวรัลจนมียอดเข้าชมกว่า 3.5 ล้าน
งานนี้ชาวเน็ตแห่เมนต์สนั่น
โดยต่างดีใจที่เห็นคนต่างชาติเปิดใจลองกินกุ้งแช่น้ำปลา
เพราะส่วนใหญ่ต่างมักจะไม่ค่อยกล้ากินกัน แต่อีกมุมก็ต้องระวังด้วย
เพราะกินแล้วจะติดใจ สั่งมารอบหน้าอาจจะเกิดการแย่งกันกินก็เป็นได้
เพจผู้บริโภค เผยความลับป้ายเซเว่น นอกจากบอกรายละเอียด เพิ่งสังเกตว่าทำไมสีขาวกับเหลืองบางทีสลับกัน มีความหมายพิเศษหรือไม่ ที่แท้เพราะเหตุผลนี้
เวลาเข้าไปซื้อของใน เซเว่น อีเลฟเว่น หลายคนก็มักจะสนใจแต่สินค้า ราคา และโปรโมชั่น แต่อีกมุมหนึ่ง เบื้องหลังป้ายนี้ก็มีรายละเอียดบางอย่างซ่อนอยู่เช่นกัน
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 เพจเฟซบุ๊ก ผู้บริโภค เปิดเผยความลับของป้ายเซเว่น เป็นภาพของป้ายราคาสินค้าที่คุ้นตา แต่นอกจากที่มาของรายละเอียดของสินค้าแต่ละชนิดแล้ว แล้วยังพบว่าสีเหลืองกับสีขาวบางทีก็ถูกวางตำแหน่งสลับกัน จะมีความหมายอะไรซ่อนอยู่หรือไม่
เพจระบุว่า เผยความลับป้ายเซเว่น หลายคนน่าจะรู้ว่าป้ายเซเว่นเป็นตัวบอกรายละเอียดที่สำคัญที่สุด ซึ่งเรานั้นสามารถรู้ข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่ายและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคมาก ๆ พวกข้อมูลต่าง ๆ ชื่อสินค้า ปริมาตร วันวาง คือมีบนป้ายหมด แต่จะมีบางสาขาเท่านั้นที่เป็นป้ายเหลืองอยู่บน บางที่ก็อยู่ล่าง
ซึ่งจริง ๆ แล้วการที่บางอันเหลืองอยู่บน
บางอันเหลืองอยู่ล่างนั้นก็เพราะพนักงานวางกระดาษผิดตำแหน่งในเครื่องพรินต์นั่นเองจ้า
ซึ่งไม่ได้มีผลอะไรเลย แค่ฉันอยากจะบอกแค่นั้นเอง รับทราบนะ
งานนี้นอกจากจะมีชาวเน็ตมาเมนต์เพียบ
ยังมีอดีตพนักงานมาคอนเฟิร์มด้วยว่าเป็นเรื่องจริง
สาเหตุก็เพราะป้ายราคาคือพรินต์ยาก ฉีกตัดต้องใช้เวลาและสมาธิ
แถมตอนเสียบติดราคาที่เชลฟ์ก็ไม่ง่ายอีกด้วย เป็นต้น
หมอสุรัตน์ เปิดเคสผู้ป่วยชายวัย 20 ปี สะอึกนานผิดปกติ ก่อนพบสาเหตุจากโรคเกี่ยวกับสมอง เตือนหากต่อเนื่องเกิน 2 วันต้องพบแพทย์
วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ผศ. นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบประสาทและสมอง โพสต์ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ เกี่ยวกับเคสคนไข้รายหนึ่ง ซึ่งมีอาการสะอึกไม่หาย จนพบว่ากลายเป็นโรคเกี่ยวกับสมอง
แค่สะอึก ใครจะคิดว่าเป็นโรคสมองได้ ? สะอึกธรรมดาที่เราคุ้นเคย ส่วนใหญ่มาจากกินอิ่มเกินไป กินอาหารรสจัด ดื่มเครื่องดื่มอัดแก๊ส หรือแค่การหายใจที่ไม่สัมพันธ์กับการทำงานของกระบังลม ซึ่งเส้นประสาท Phrenic nerve จะช่วยประสานการทำงาน จนร่างกายปรับตัวและกลับสู่ภาวะปกติเอง
แต่ถ้าสะอึก เกิน 2 วัน ระวังให้ดี นี่อาจเป็น “โรคสะอึกต่อเนื่อง” ซึ่งไม่ได้เกี่ยวแค่กระบังลม หรือปอด แต่อาจลามไปถึงสมอง โดยเฉพาะบริเวณศูนย์ควบคุมการสะอึกในก้านสมอง
เช่นเคสคนไข้หนุ่มวัย 20 ต้น ๆ
ที่เข้ามาด้วยอาการสะอึกนานผิดปกติ ตอนแรกได้ยาลดอาการอาเจียนไป
แต่ไม่ดีขึ้น เมื่อตรวจเพิ่มเติมจน X-ray และตรวจทางระบบประสาท ก็พบว่าเป็น
Neuromyelitis Optica (NMO) x ray พบ สมองขาวจั๊วะ ด้านหลังของก้านสมอง
โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองที่ส่งผลต่อสมองและไขสันหลัง โดยมี
Anti-Aquaporin 4 antibody ไปโจมตีศูนย์สะอึกในก้านสมอง
โชคดีที่ทีมแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่เจอเร็ว จัด Plasma exchange
ให้ทัน อาการดีขึ้นอย่างชัดเจน
อย่าคิดว่าสะอึกเป็นเรื่องเล็ก ถ้าสะอึกนานผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณจากสมอง อย่ารอช้า รีบพบแพทย์
ราชกิจจานุเบกษา ประกาศว่า อย. เพิกถอนทะเบียนยาสมุนไพรยี่ห้อดัง เหตุเข้าข่ายยาปลอม ทำให้เข้าใจว่าเป็นยาแท้ มีผลตั้งแต่ 31 มกราคม 2568 เป็นต้นไป
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 ราชกิจจานุเบกษา มีการลงประกาศคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 48/2548 เรื่อง การเพิกถอนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร จำนวน 1 ทะเบียน มีรายละเอียดทั้งหมด ดังนี้
เนื่องจากผลการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์สมุนไพรยาเกร็กคู GRAKCU CAPSULE เลขทะเบียนที่ G 481/53 พบยาแผนปัจจุบันซิลเดนาฟิล (Sildenafl) และทาดาลาฟิล (Tadafl) เข้าข่ายเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรหรือวัตถุที่ทำเทียมทั้งหมดหรือบางส่วน เพื่อให้เข้าใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรแท้ ตามมาตรา 59 (1) และเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่แสดงว่าเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามตำรับที่ขึ้นทะเบียน แจ้งรายละเอียด หรือจดแจ้งไว้ซึ่งไม่ใช่ความจริง ตามมาตรา 59 (5) จึงเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรปลอม ตามมาตรา 58 (1) แห่งพระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
43 (3) แห่งพระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมนไพร พ.ศ. 2562
เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการผลิตภัณฑ์สมุนไพรในการประชุมครั้งที่
1/2568 วันที่ 13 มกราคม 2568
มีคำสั่งเพิกถอนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรยาเกร็กคู
GRAKCU CAPSULE เลขทะเบียนที่ G 481/53
อนึ่ง
หากผู้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนี้
อาจใช้สิทธิยื่นฟ้องต่อศาลปกครองได้
โดยให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือไปยื่นต่อศาลปกครองโดยตรงหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังศาลปกครองภายในเก้าสิบวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งนี้
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป 31 มกราคม 2568