4,088อ่าน
ผู้เขียน: admin
KUBET – งานศพลูกวัย 17 ปี จัดไปได้ 3 วันถึงรู้ว่าคือ ศพเพื่อนลูก ลูกตัวเองยังรอดชีวิต
พ่อจัดงานศพลูกวัย 17 ที่ตายจากอุบัติเหตุ ขณะที่ไปดูคอนเสิร์ตกับเพื่อน จัดงานไปได้ 3 วัน เพิ่งรู้ความจริงว่า นี่คือศพเพื่อนลูก ส่วนคนที่รอดคือลูกตัวเอง

ภาพจาก โหนกระแส
วันที่ 27 มีนาคม 2568 โหนกระแส รายงานว่า รองนายก อบต.ควนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา ลูกชายตนวัย 17 ปี ไปเที่ยวงานคอนเสิร์ตแห่งหนึ่งใน จ.พัทลุง ระหว่างที่เดินทางลูกชายประสบอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้ายรถเทรลเลอร์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส
ในช่วงเกิดเหตุ ตนไม่รู้ว่าเกิดอุบัติเหตุ พยายามโทรศัพท์หาหลายครั้ง แต่ก็ไม่รับสาย กระทั่งมีตำรวจโทรศัพท์มาแจ้งในช่วงเช้ามืดว่า ลูกชายตนเสียชีวิต ตอนแรกตนก็งง เพราะลูกตนไม่พกเอกสารประจำตัว ก่อนที่จะรีบเดินทางไปโรงพยาบาลพัทลุง
เมื่อถึงโรงพยาบาล ตนเสียใจมาก
เปิดศพดูหน้าลูกชายที่มีบาดแผลฉกรรจ์ ผ้าพันแผลเกือบเต็มใบหน้า
ตนจึงนำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 3 คืน
อย่างไรก็ตาม
ญาติของเพื่อนลูกชายที่ประสบอุบัติเหตุด้วยกัน
ไปเยี่ยมอีกคนหนึ่งที่รอดชีวิตในห้องไอซียู แต่กลับพบว่า
คนที่อยู่ในห้องคือลูกชายตน และในตอนที่ตนเปิดหน้าดูศพลูก ในเวลานั้นคือ
เสียใจมาก ก็ไม่ได้เอะใจหรือสงสัยใด ๆ
หลังจากนี้ พ่อแม่ของเพื่อนลูกชายจะมารับศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลต่อไป
เรื่องนี้ตนไม่ติดใจอะไร แต่ตนก็ไม่ทราบเช่นกันว่า
เรื่องนี้มันผิดพลาดที่ตรงไหน
ขั้นตอนการพิสูจน์ศพของตำรวจและโรงพยาบาลเป็นอย่างไร
ขอบคุณข้อมูลจาก โหนกระแส
KUBET – ผดส. ฟ้องเดือด ถูกนักบินลากออกจากส้วม เหตุนั่งนาน 30 นาที โชว์ช้างล่อนจ้อน
ผู้โดยสารโวย ถูกนักบินจับลากออกจากห้องน้ำ กางเกงไม่ทันใส่ โชว์ช้างล่อนจ้อน เหตุท้องผูก นั่งส้วมนาน 30 นาที ฟ้องเดือดสายการบิน

วันที่ 24 มีนาคม 2568 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น
มีรายงานกรณีผู้โดยสารรายหนึ่งออกมาเปิดประสบการณ์เลวร้าย
ถูกนักบินของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส (United Airlines)
บังคับจับลากตัวออกมาจากห้องน้ำในสภาพยังไม่ทันสวมกางเกง
ขณะที่เขากำลังท้องผูก
นั่งปลดทุกข์อยู่ในห้องน้ำบริเวณท้ายเครื่องบินเป็นเวลา 30 นาที
ทำให้เขาได้รับความอับอายอย่างหนัก
อีกทั้งอวัยวะเพศของเขายังปรากฏสู่สายตาของลูกเรือและผู้โดยสารที่อยู่บริเวณนั้นด้วย
มีรายงานกรณีผู้โดยสารรายหนึ่งออกมาเปิดประสบการณ์เลวร้าย
ถูกนักบินของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส (United Airlines)
บังคับจับลากตัวออกมาจากห้องน้ำในสภาพยังไม่ทันสวมกางเกง
ขณะที่เขากำลังท้องผูก
นั่งปลดทุกข์อยู่ในห้องน้ำบริเวณท้ายเครื่องบินเป็นเวลา 30 นาที
ทำให้เขาได้รับความอับอายอย่างหนัก
อีกทั้งอวัยวะเพศของเขายังปรากฏสู่สายตาของลูกเรือและผู้โดยสารที่อยู่บริเวณนั้นด้วย
โดย ยิสโรเอล ลีบบ์ จากรัฐนิวเจอร์ซีย์
เล่าถึงประสบการณ์เดินทางที่ไม่น่าจดจำ ในคดีการฟ้องร้องต่อสายการบิน
และกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ
ซึ่งส่งเจ้าหน้าที่มาจับเขาใส่กุญแจมือลงไปจากเครื่อง
ตอนที่เครื่องบินลงจอดที่สนามบินปลายทาง
ในคำฟ้องที่ยื่นต่อศาล
ลีบบ์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา
เขาขึ้นเครื่องบินจากเมืองทูลัม ของเม็กซิโก มุ่งหน้าไปยังเมืองฮูสตัน
ในรัฐเทกซัส สหรัฐฯ เพื่อที่จะต่อเครื่องไปยังนิวยอร์กซิตี
โดยระหว่างเดินทาง ลีบบ์ลุกไปเข้าห้องน้ำบริเวณท้ายเครื่องบิน
แต่เนื่องจากมีปัญหาท้องผูก ทำให้เขานั่งอยู่ในนั้นนาน 20 นาที
ด้วยเหตุนี้
ลูกเรือจึงเดินมาปลุก เซบบาก เพื่อนของเขาที่เดินทางมาด้วยกัน
เพื่อขอให้มาเช็กดูลีบบ์ที่ห้องน้ำ
ตอนนั้นลีบบ์อธิบายให้เพื่อนฟ้งว่ามีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร
และจะออกจากห้องน้ำในอีกไม่ช้า เซบบากจึงเดินไปบอกข้อมูลกับทางลูกเรือ
แต่จากนั้นอีก
10 นาทีต่อมา ลีบบ์ก็ยังคงไม่ออกจากห้องน้ำ
นักบินจึงเดินมาขอให้เซบบากไปเช็กดูเพื่อนอีกรอบ
ก่อนที่นักบินจะตะโกนสั่งให้ลีบบ์ออกมาจากห้องน้ำทันที
ลีบบ์
กล่าวว่า เขาบอกนักบินแล้วว่ากำลังจะเสร็จ และกำลังจะออกไป
แต่นักบินกลับปลดตัวล็อกและเปิดประตูห้องน้ำเข้ามาทันที
ก่อนจะดึงตัวลีบบ์ออกมาจากห้องน้ำ แม้ว่าขณะนั้นเขาจะยังไม่ทันสวมกางเกง
ทำให้อวัยวะเพศปรากฏสู่สายตาของเพื่อน ลูกเรือ และผู้โดยสารที่อยู่ใกล้ ๆ
จากนั้นนักบินก็ผลักตัวพวกเขากลับไปยังที่นั่ง
ข่มขู่ว่าจะจับพวกเขา แถมยังพูดจาหมิ่นความเชื่อทางศาสนาของพวกเขาด้วย
จนเมื่อเครื่องบินลงจอดที่ฮูนตัน เจ้าหน้าที่ 5
นายจากหน่วยงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) ก็ขึ้นมาบนเครื่อง
จับทั้งคู่ใส่กุญแจมือและนำตัวลงจากเครื่องไป
แถมยังไม่ตอบเหตุผลว่าเหตุใดพวกเขาจึงถูกจับ
ลีบบ์ ซึ่งเป็นชาวยิว
กล่าวว่า นักบินดูหมิ่นความเชื่อของพวกเขา
แถมยังทำให้เขาต้องพลาดการต่อเครื่องไปนิวยอร์กซิตี เนื่องจากเจ้าหน้าที่
CBP นำตัวพวกเขาไปขังไว้ในห้องกักตัว พร้อมตรวจค้นสัมภาระ
สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็ปล่อยตัวพวกเขา
และทางสายการบินก็ยอมจองตั๋วเครื่องบินไปนิวยอร์กซิตีให้พวกเขาในวันรุ่งขึ้น
แต่พวกเขาก็ต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบค่าที่พักในการค้างคืน
ตลอดจนค่าอาหารในช่วงเวลาที่การเดินทางล่าช้ากว่ากำหนด
อย่างไรก็ตาม
ทาง CBP เปิดเผยว่า
เจ้าหน้าที่เพียงแค่ตอบสนองต่อรายงานว่ามีการสร้างความวุ่นวายบนเที่ยวบิน
ตามคำขอของสายการบินเท่านั้น
และเนื่องจากเหตุการณ์นี้อยู่ระหว่างดำเนินการทางกฎหมาย
จึงไม่สามารถแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมได้
ขณะที่ทางสายการบินปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเช่นกัน
ขอบคุณข้อมูลจาก CNN
KUBET – ดราม่าหนุ่มพาเพื่อนไปกินข้าว แต่ร้านส่งวงจรปิดให้แฟน จนสุดท้ายเลิกกัน คนด่ามีสาระ
ดราม่าหนุ่มพาเพื่อนไปกินข้าว แต่ร้านส่งวงจรปิดให้แฟนดู ตอนจบกลายเป็นเลิกกับแฟน ร้านยันมีเจตนาบริสุทธิ์ ชาวเน็ตแนะฟ้อง PDPA

วันที่ 27 มีนาคม 2568 ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กกำลังมีการแชร์เรื่องราวในกลุ่มจันทบุรี หลังจากนายเอ (นามสมมติ) มาโพสต์ว่า “ตอนนี้ผมอยากทราบว่า ทางร้านจะรับผิดชอบผมยังไง คือ ผมเลิกกับแฟน เพราะร้านทำให้ผมเสียหาย”
เมื่อสืบสาวราวเรื่องต่อ ทางร้านได้ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ในวันหนึ่งเจ้าของร้านได้เห็นนายเอเข้ามาที่ร้านคนเดียว ด้วยความที่ตนรู้จักกับแฟนของนายเอ ในฐานะผู้มีบุญคุณของตน จึงถามว่า “พี่ X ไม่ได้มาด้วยหรือ” ทว่ายังไม่ทันได้ทัก เพื่อนของนายเอก็เข้ามานั่งที่โต๊ะ
เจอแบบนี้ตนไม่แน่ใจ ทำให้ส่งรูปวงจรปิดของทางร้านไปถามแฟนนายเอว่าใช่ไหม และยอมรับว่า เป็นการละเมิดสิทธิของนายเอจริง ๆ และไม่รู้ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้นายเอทะเลาะกับแฟนหลังจากนั้น

ในเย็นวันเดียวกัน นายเอมาหาตนอีกครั้ง ถามเรื่องที่เกิดขึ้น
ตนจึงขอโทษพร้อมบอกว่า สาเหตุที่ตนส่งรูปไปถามแฟนพี่
เพราะสงสัยว่าใช่พี่ไหม ขอโทษครับที่คิดน้อยไป ผมยอมรับ
แต่ทางนายเอกลับพูดไม่รู้เรื่อง ไม่แน่ใจว่าเมาหรือเปล่า
ถามแต่คำถามวนไปวนมา แล้วบอกว่าจะแจ้งความ
ตนจึงบอกว่า แจ้งความได้เลย เพราะบริสุทธิ์ใจ เพราะคุยยังไงก็คุยไม่จบแน่นอน ก่อนที่ตนจะเดินหนีออกมา

ชาวเน็ต มองว่า ร้านทำเกินไป
ในมุมคนอ่าน มีมุมมองต่อเรื่องนี้ว่า
ไม่ใช่เรื่องของทางร้านที่จะส่งข้อมูลไปถามคนอื่นแบบนี้
เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และควรฟ้องกฎหมาย PDPA ได้
อีกมุมหนึ่งคนก็มองว่า ถ้านายเอพากิ๊กมาจริง คงไม่พาไปร้านที่แฟนตัวเองรู้จักกับเจ้าของร้านหรอก มันสุ่มเสี่ยงไป
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ทางนายเอได้ลบโพสต์ในกลุ่มจันทบุรีทิ้งไปเรียบร้อยแล้ว

KUBET – หญิงคลั่ง วิ่งล่อนจ้อนป่วนสนามบิน คนอึ้งไร้เงา จนท. ได้แต่มอง จะเข้าไปห้ามก็ไม่ยอม
หญิงคลั่ง วิ่งล่อนจ้อนป่วนสนามบินสหรัฐฯ คนเดินทางอึ้งไร้เงา จนท. ได้แต่มอง จะเข้าไปห้ามก็ไม่ยอม แถมสนามบินไร้คำชี้แจง

ภาพจาก X @unlimited_ls
วันที่ 26 มีนาคม 2568 เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานว่า เกิดเหตุความวุ่นวายที่ทำให้กลุ่มผู้โดยสาร ภายในอาคารผู้โดยสาร D ของท่าอากาศยานนานาชาติดัลลาส-ฟอร์ตเวิร์ธ ในรัฐเทกซัส สหรัฐฯ ถึงกับตกตะลึงไปตาม ๆ กัน เมื่อจู่ ๆ ก็มีผู้หญิงคลั่ง วิ่งเข้ามาในสภาพเปลือยล่อนจ้อนและก่อความวุ่นวายอยู่ในบริเวณนั้น โดยไม่มีวี่แววของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภ้ย หรือแม้กระทั่งตำรวจเข้ามาจัดการ
จากคลิปที่ถูกแชร์ว่อนโซเชียลมีเดีย เผยให้เห็นหญิงรายนี้ที่กำขวดน้ำพลาสติกไว้ในมือ ตะโกนโวยวายไปทั่ว รวมถึงป่าวประกาศว่า “ฉันพูดได้ทุกภาษา”

ภาพจาก X @unlimited_ls
พฤติกรรมของเธอทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็ว เริ่มจากสาดน้ำไปในอากาศ วิ่งไปรอบ ๆ โถงทางเดิน และจุดหนึ่งยังพยายามขว้างของใส่จอมอนิเตอร์ของสนามบิน แม้ในจุดหนึ่งจะมีชายเดินเข้าไปขอให้เธอหยุดพฤติกรรม หญิงรายนี้กลับสาดน้ำใส่เขา
ดูเหมือนชายคนดังกล่าวจะร้องขอให้เธอหยุด พร้อม ๆ กับโทรศัพท์ติดต่อเจ้าหน้าที่ แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถเข้ามาควบคุมเธอได้ อีกทั้งเธอยังวิ่งไปหยิบขวดน้ำอีกขวดจากคาเฟ่ใกล้ ๆ เทราดน้ำไปทั่ว ก่อนจะเต้นอย่างบ้าคลั่งในแอ่งน้ำนั้น

ภาพจาก X @unlimited_ls

ภาพจาก X @unlimited_ls
ทั้งนี้ มีหญิงอีกคนถือเสื้อคลุมไว้ในมือ
พยายามเดินเข้าไปใกล้อย่างระมัดระวัง
ตั้งใจจะนำเสื้อคลุมร่างกายที่เปลือยเปล่าให้
แต่นั่นกลับทำให้เธอตื่นตระหนกและเกรี้ยวกราดหนักกว่าเดิม
ทั้งด่าทอและก่อความวุ่นวายมากขึ้น

ภาพจาก X @unlimited_ls
แต่แม้สถานการณ์จะปั่นป่วน ยังคงไม่มีฝ่ายรักษาความปลอดภัยของสนามบินโผล่มา
ขณะที่นักเดินทางนั้นบ้างก็มองดูอย่างสนใจ บางคนหันหน้าหนี
และมีบางคนที่ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ต่ออย่างไม่สนใจ
จนในที่สุดหญิงรายนี้ก็วิ่งออกไปพ้นกล้อง
ซึ่งก็ไม่ชัดเจนว่าจะมีคนเข้ามาควบคุมสถานการณ์ตอนไหน
อีกทั้งทางสนามบินก็ไม่ได้ให้คำชี้แจงใด ๆ
ขอบคุณข้อมูลจาก Daily Mail
KUBET – ฆ่าหมกคอนโดหรู เปิดพิกัดล่าสุด Daniel ตอนนี้อยู่ที่ไหน เผยค่าเช่าเดือนละ 1.7 แสน
เปิดพิกัดล่าสุด Daniel ผู้ต้องสงสัยฆ่าแฟนสาวหมกคอนโดหรู ตอนนี้อยู่ที่ไหน เพจดังเผยค่าเช่าคอนโดสูงถึง 1.7 แสนบาทต่อเดือน พร้อมวลีเด็ดของผู้ตาย ถ้าหนูหายไป 2 วัน ก็มันนี่แหละที่ทำ

ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
จากกรณีที่ นางสาวพราวพิลาศ พละดร
เสียชีวิตที่คอนโดหรูใจกลางเมือง คาดว่า คนก่อเหตุคือแฟนหนุ่มชาวสิงคโปร์
ที่ตอนนี้กำลังหลบหนี ตำรวจกำลังล่าตัวมาดำเนินคดี
เสียชีวิตที่คอนโดหรูใจกลางเมือง คาดว่า คนก่อเหตุคือแฟนหนุ่มชาวสิงคโปร์
ที่ตอนนี้กำลังหลบหนี ตำรวจกำลังล่าตัวมาดำเนินคดี
อ่านข่าว : เพื่อนหายตัว 3 วันติดต่อไม่ได้ พอมาดูที่คอนโดหรูกลางกรุง
พบแอร์เปิดไว้ ช็อกเลย
วันที่ 27 มีนาคม 2568 เที่ยงวันทันเหตุการณ์ รายงานว่า รถของนาย Daniel
ผู้ต้องสงสัย กำลังเดินทางไปยังภาคเหนือ อยู่ จ.เชียงราย แต่ยังไม่เจอตัว
ส่วนคอนโดที่เกิดเหตุ ได้เช่าอยู่ด้วยกันกับผู้ตายประมาณ 2 เดือน โดย
Daniel เป็นคนที่มีอารมณ์รุนแรง ทำร้ายร่างกายแฟนสาวอยู่บ่อยครั้ง
จึงอาจพลั้งมือฆ่าคนตาย
ทั้งนี้ นาย Daniel
มีสถานะอาศัยในประเทศไทยเกินเวลาที่กำหนด คาดว่า จะหลบหนีได้ยากขึ้น
เว้นแต่ว่าจะใช้ช่องทางธรรมชาติทางภาคเหนือ หนีไปยังประเทศที่สาม

ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
แม่ของผู้ตาย เปิดเผยว่า ลูกกับแฟนหนุ่มคบหากันประมาณ 3
ปีตั้งแต่อยู่สิงคโปร์ เมื่อกลับมาอยู่ไทย ลูกก็บอกว่า แม่ไม่ต้องทำงานแล้ว
เขาจะดูแลแม่เอง ที่ผ่านมาก็เห็นทะเลาะกันบ้าง แต่ไม่คิดว่าจะรุนแรง
ถ้าลูกสาวถูกทำร้าย ก็จะมีรอยช้ำรอยเขียวส่งมาให้แม่ดู ลูกสาวบอกตนว่า
ถ้าหนูหายไป 2 คืน ไม่มีใครทำหนูหรอก ก็มันนี่แหละที่ทำ
เฟซบุ๊ก ดาวแปดแฉก ระบุว่า คอนโดดังกล่าวที่ทั้งคู่เช่านั้น มีค่าเช่าเดือนละ 1.7 แสนบาท

ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
ขอบคุณข้อมูลจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
KUBET – สะใภ้อดทนดูแลพ่อสามี 13 ปี ได้มรดก 4 พัน ก่อนรู้ความจริงสุดพีค จากธนาคาร
ลูกสะใภ้ดูแลพ่อสามี หลังสามีตายจาก สู้ทำงานหนักอดทนมา 13 ปี เปิดพินัยกรรมได้มรดก 4 พัน ก่อนรู้ความจริงไม่คาดคิดจากธนาคาร

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
การดูแลคนสูงวัยไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ทั้งพลังและความอดทนสูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่ใช่พ่อแม่ หรือคนในครอบครัวของตัวเอง ย่อมต้องมีจิตใจที่เข้มแข็งมาก เช่นเดียวกับลูกสะใภ้รายหนึ่งที่อดทนดูแลพ่อสามีวัยชรามานานถึง 13 ปี จนเมื่อได้เห็นสิ่งที่ได้รับตอบแทนทำเอาเธอถึงกับหลั่งน้ำตา
วันที่ 25 มีนาคม 2568 เว็บไซต์ Soha เผยเรื่องราวของหญิงชาวจีนชื่อสกุลลี่ ก่อนหน้านี้เธอแต่งงานกับสามีและใช้ชีวิตครอบครัวอย่างเรียบง่ายและมีความสุข โดยสามีของเธอเป็นลูกชายคนโตของบ้าน แต่โชคชะตากลับเล่นตลก เมื่อสามีของเธอมีอันเป็นไปก่อนวัยอันควร ทิ้งให้เธออยู่กับลูกสาวที่ยังเล็ก ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีพ่อสามีวัยชราอายุกว่า 70 ปี ที่อาศัยอยู่ตามลำพังในบ้านชนบท โดยลูกชายทั้งสองที่เหลือไม่เคยมาเหลียวแล
ลี่เผยว่า พ่อสามีอายุมากและเรี่ยวแรงน้อยลงเรื่อย ๆ
เธอทนเห็นเขาอยู่ในสภาพเช่นนั้นไม่ได้ จึงอุทิศตนว่าจะครองตัวอยู่เป็นโสด
ไม่แต่งงานใหม่
ตั้งใจใช้ชีวิตดูแลลูกและพ่อสามีโดยคิดเสียว่าเป็นพ่อของตัวเอง ทว่าหลาย ๆ
สิ่งไม่ง่าย ทั้งต้องเลี้ยงลูกของเธอที่ยังอายุน้อย ต้องทำงานหนักในสวน
และต้องดูแลคนสูงวัยในเวลาเดียวกัน อีกทั้งพ่อสามีมักจะป่วยบ่อยครั้ง
แม้สถานการณ์จะยากลำบาก แต่ลี่ก็ไม่เคยปริปากบ่น
นอกเหนือจากภาระการทำงานนอกบ้าน กลับมาบ้านเธอยังทำอาหาร ซักผ้า
พาพ่อสามีไปหาหมอ และคอยคุยเป็นเพื่อนเขาทุกคืน จนมีอยู่วันหนึ่ง
พ่อสามีพูดกับเธอว่า “ลี่ เธอทำงานหนักมาก ฉันแก่แล้ว ฉันไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรเธอได้บ้าง” ลูกสะใภ้ได้แต่ยิ้มอย่างอ่อนโยนและตอบว่า “พ่อ อย่าพูดแบบนั้นเลย ถูกแล้วที่ฉันควรดูแลพ่อ ฉันแค่หวังว่าพ่อจะมีสุขภาพแข็งแรงอยู่กับฉันนาน ๆ”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของพ่อสามีของเธอก็แดงก่ำ เขาจับมือเธอไว้แน่น พร้อมกับพูดว่า “เธอเป็นลูกกตัญญูจริง ๆ ฉันโชคดีที่มีเธออยู่ในครอบครัว” ทั้งนี้ พ่อสามีรู้สึกเสียใจมากที่ลูกชายที่เหลืออีกสองคนไม่มาดูแล
แต่ลี่ก็พยายามปลอบใจไม่ให้เขาคิดมาก และย้ำเสมอว่าเธอจะดูแลเขาเอง
เธอจะไม่ทิ้งเขาไปไหนแน่นอน และเธอก็รักษาคำสัญญาเช่นนั้นมาตลอด 13 ปี
เธอดูแลพ่อสามีจนถึงลมหายใจสุดท้ายของเขา
หลังจากงานศพของพ่อสามีผ่านพ้นไป
ลี่ได้ตรวจสอบพินัยกรรมของเขาที่ทิ้งเอาไว้ ก่อนที่เธอต้องตกตะลึง
เมื่อพบว่า ชื่อของเธอได้รับเงินมรดกเพียง 1,000 หยวน (ราว 4,600 บาท)
ในขณะที่ลูกชายสองคนที่ไม่เคยมาดูแลพ่อของตนเอง
กลับได้รับทรัพย์สินที่เหลือส่วนใหญ่ ซึ่งมีทั้งที่ดินและเงินเก็บ
ลี่รู้สึกเศร้าใจเมื่อคิดว่าต่อให้เธอจะดูแลเขาดีแค่ไหน
แต่เขาก็ยังคิดว่าเธอเป็นคนนอก ไม่ใช่สายเลือดในครอบครัว
อย่างไรก็ดี ลี่ไม่ได้โกรธแค้นพ่อสามีแต่อย่างใด เธอใช้ชีวิตเงียบ ๆ
ทำงานและเลี้ยงดูลูกให้เติบโตต่อไป จนกระทั่งวันหนึ่ง
เธอไปที่ธนาคารเพื่อถอนเงิน 1,000 หยวน ที่เธอได้รับจากบันทึกพินัยกรรม
โดยจะนำไปซื้อของใช้สำหรับไปโรงเรียนให้ลูกสาว
แต่เธอกลับได้รับแจ้งเรื่องไม่คาดคิดจากเจ้าหน้าที่ธนาคาร
“คุณมีบ้าน 3 หลังในชื่อของคุณ ทรัพย์สินทั้งหมดนี้จดทะเบียนภายใต้ชื่อของคุณและชื่อลูกสาวของคุณ !”
ลี่รู้สึกตกใจมากรีบถามย้ำจากเจ้าหน้าที่ โดยเธอเข้าใจว่า
มรดกในชื่อของเธอมีเพียงเงิน 1,000 หยวน แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันกลับมาว่า “นี่คือทรัพย์สินที่พ่อตาของคุณทิ้งไว้ และเขายังฝากจดหมายไว้ด้วย” ลี่รีบเปิดจดหมายฉบับนั้นอ่าน ก่อนที่จะได้รู้ความจริงทั้งน้ำตา
พ่อสามีของเขียนไว้ว่า “ลี่
ฉันรู้ว่าเธอทำงานหนักเพื่อฉันมาหลายปีแล้ว ฉันยกบ้าน 3 หลังนี้ให้เธอ
แต่ฉันไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ
เพราะฉันกลัวว่าลูกชายสองคนของฉันจะมารบกวนชีวิตเธอ
จงมีชีวิตที่ดีและเลี้ยงดูหลานของฉันให้เป็นคนดี
นั่นคือความปรารถนาสูงสุดของฉัน”
ลี่ยืนร้องไห้อยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ธนาคาร
แต่ไม่ใช่เพราะดีใจที่เธอได้รับมรดกเป็นบ้าน 3 หลัง
แต่เธอรู้สึกซาบซึ้งที่การอดทนดูแลพ่อสามีมานานกว่าสิบปีไม่สูญเปล่า
เขาเห็นถึงความจริงใจของเธอ และมันจะกลายเป็นความทรงจำอันล้ำค่า
เธอบอกกับตัวเองว่า ต่อจากนี้จะตั้งใจใช้ชีวิตให้ดี
ไม่ใช่เพียงเพื่อตัวเองและลูกสาวเท่านั้น
แต่ยังเพื่อพ่อสามีผู้ล่วงลับที่จะได้ไม่ผิดหวังที่ไว้วางใจเธอ
ขอบคุณข้อมูลจาก Soha
KUBET – โรงเรียนกลางกรุง ฉาว รอง ผอ. หอบผ้าหอบผ่อนนอนห้องใต้บันได อาบน้ำให้ครู นักเรียนเห็น
รอง ผอ. โรงเรียนประถมในกรุงเทพฯ หอบผ้าหอบผ่อนนอนห้องใต้บันไดในโรงเรียน ไม่ยอมเช่าบ้านอยู่ ครู – นักเรียนเห็นแม้กระทั่งตอนอาบน้ำ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน
วันที่ 27 มีนาคม 2568 เฟซบุ๊ก ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน มีการเล่าเรื่องราวของ รอง ผอ. โรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่เดิมนั้นเช่าบ้านอยู่ แต่ในเดือนธันวาคม 2567 กลับหอบผ้าหอบผ่อนมาอยู่ห้องเก็บของใต้บันได
วันดีคืนดี ตื่นสาย ใส่เสื้อบอลเดินไปอาบน้ำให้เด็กและครูได้เห็น บางวันก็ใช้ภารโรงซักผ้า แล้วก็นิยมวางอำนาจกับครูและภารโรง กินอยู่ที่นี่มา 4 เดือนแล้ว

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน
ด้านคอมเมนต์หนึ่งของชาวเน็ตแซวว่า “ทำโรงเรียนให้เหมือนบ้าน………….ทำบ้านให้เหมือนโรงเรียน ค่ะท่าน รอง ผอ.”

KUBET – เอเจนซี่โกงค่าตัวอินฟลูฯ โดนกันเพียบ ชี้รู้กันทั่ววงการเกม ผู้บริหารตอบไม่ได้จะจ่ายวันไหน
แฉเอเจนซี่โกงค่าตัวอินฟลูเอนเซอร์ ค่าเสียหายหลายล้าน ชี้เป็นเอเจนซี่ใหญ่ในวงการเกม ชี้ก่อวีรกรรมเพียบ สุดท้ายยอมรับมีปัญหาการเงิน ตอบไม่ได้จะคืนเงินตอนไหน

ภาพจาก โหนกระแส
วันที่ 27 มีนาคม 2568 รายการโหนกระแส ทางช่อง 3 นำเสนอกรณีกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ ถูกเอเจนซี่โกงเงิน จ้างงานแต่ไม่จ่ายค่าตัว โดยมีผู้เสียหายเป็นกลุ่มยูทูบเบอร์ช่องดังหลายรายด้วยกัน ทั้งกลุ่มยูทูบเบอร์หลายช่องที่ได้รับการติดต่อให้มาทำคอนเทนต์เล่นเกม ร่วมกับช่อง SPD ซึ่งเป็นช่องดัง ตลอดจนกลุ่มยูทูบเบอร์ที่ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับเกม ซึ่งเป็นผู้เสียหายคนละกลุ่ม
โดยกลุ่มแรก ประกอบด้วยผู้เสียหาย เช่น พลอย Pigkaploy, โน่ เซียนหรั่ง, กลุ่ม Ohana, ช่อง Ananped ถูกจ้างมาเป็นเกสต์ทำคอนเทนต์กับ SPD รวมถึงทำคอนเทนต์ลงช่องตัวเอง ในเรตราคาต่างกันออกไป แต่เมื่อถึงเวลาจ่ายเงิน ทางเอเจนซี่กลับเงียบหาย ไม่สามารถติดตามเงินค่าจ้างได้
โน่ เซียนหรั่ง เล่าว่า เริ่มจากเอเจนซี่หนึ่งติดต่อมาทางผู้จัดการ บอกว่าอยากให้เราไปเป็นเกสต์ร่วมทำคอนเทนต์กับช่อง SPD 1 คลิป ซึ่งจะมียูทูบเบอร์หลายคนมาร่วมเล่นเกมกัน เพื่อพรีเซ็นต์สินค้าแบรนด์หนึ่ง และให้ทำคลิปลงช่องเราอีก 1 คลิป ซึ่งก็มีการตกลงค่าจ้างแล้ว จนเมื่อถ่ายทำเสร็จ เขาก็อ้างว่าขอเครดิต 90 วัน แต่หลังจากงานเสร็จพบว่าเอเจนซี่ไม่ยอมจ่ายเงิน ครบกำหนดเครดิต 90 วันแล้วก็ยังไม่ได้เงิน

ภาพจาก โหนกระแส
สาเหตุที่รับงานนี้ โน่ยอมรับว่า เห็นว่าเอเจนซี่เป็นบริษัทใหญ่ และส่วนตัวมีความมั่นใจมากเกินไป ร่วมกับตัวแบรนด์น่าเชื่อถือ เอเจนซี่นี้ถือเป็นบริษัทใหญ่ในวงการเกม จึงหลงเชื่อ
พอผ่านไป 90 วัน เราก็ไม่เห็นวี่แววว่าจะจ่าย เมื่อทวงถามผ่านพนักงานของเอเจนซี่ เขาก็อ้างว่าไม่มีอำนาจตัดสินใจจ่ายเงิน มีการให้เบอร์มาโทร. คุยกับทีมผู้บริหาร แต่โทร. ไปเขาก็ไม่รับสาย พอโทร. ติดเขาก็ไม่คุย ไม่อยากไกล่เกลี่ย
จนสุดท้าย พนักงานที่เป็นคนกลางในการพูดคุย ก็เด้งหายออกจากกลุ่มไลน์ โดยอ้างว่าเขาออกจากบริษัทนั้นแล้ว หวังว่าทุกคนจะตามเงินได้

ภาพจาก โหนกระแส
ด้าน พลอย Pigkaploy เปิดเผยว่าได้รับการติดต่อมารูปแบบเดียวกัน คือไปเป็นโฮสต์ให้ช่อง SPD และทำคอนเทนต์ลงช่องตัวเอง แต่เมื่อถึงเวลาจ่ายกลับไม่ได้เงิน ขอเลื่อน พนักงานเอเจนซี่อ้างว่าติดต่อเจ้าของไม่ได้เหมือนกัน เธอจึงโทร. ไปสอบถามทางแบรนด์ ที่จ้างงานเอเจนซี่ดังกล่าว ทางแบรนด์ยืนยันว่าจ่ายเงินให้เอเจนซี่แล้ว แต่ทางเอเจนซี่กลับไม่จ่ายให้กลุ่มยูทูบเบอร์
เช่นเดียวกับ ปกป้อง จากกลุ่ม Ohana ที่ได้รับการว่าจ้างให้ถ่ายทำ 3 คลิป มีเป็นเกสต์ช่อง SPD ถ่ายคลิปเบื้องหลังลงช่องตัวเอง และถ่ายคลิปลงช่องตัวเองอีก 1 คลิป โดยตกลงค่าจ้างที่ 1 ล้านบาท แต่สุดท้ายกลับถูกโกงค่าจ้างเช่นกัน

ภาพจาก โหนกระแส
สำหรับยอดความเสียหายนั้น พลอย Pigkaploy โดนไป 600,000 บาท กลุ่ม Ohana โดนไป 1 ล้านบาท เซียนหรั่ง โดนไป 800,000 บาท
ในส่วนช่อง
Ananped มีการตกลงทำคลิปกับเอเจนซี่ 2 คลิปด้วยกัน คือคลิปลงในช่องตัวเอง
กับคลิปที่คอลแลปกับช่อง SPD รวมเป็นเงิน 520,000 บาท
ซึ่งตอนนี้ได้เงินมาเพียงแค่ครึ่งเดียว
เพราะทางช่องมีนโยบายว่าจำเป็นต้องจ่ายเงินก่อน 50% ถึงเริ่มงาน
ด้าน เนม ผู้จัดการของสไปรท์ SPD เล่าว่า
เคยร่วมงานกับเอเจนซี่นี้มานานกว่า 3 ปี ไม่เคยมีปัญหาอะไร จนในปี 2567
ทางเอเจนซี่ได้จ้าง SPD เป็นโฮสต์ใหญ่ในการจัดแคมเปญ
ซึ่งจะมีการเชิญอินฟลูเอนเซอร์หลายคนมาร่วมถ่ายคลิป แบ่งเป็น 2 EP คลิปละ 2
ล้านบาท รวมเป็นเงิน 4 ล้านบาท

ภาพจาก โหนกระแส
สำหรับเงื่อนไขของช่องคือต้องจ่าย 50% ก่อนถึงจะเริ่มงาน
ซึ่งเอเจนซี่จ่ายมาแล้ว 50% ของคลิปแรก คือได้เงินมา 1 ล้านบาท จาก 4
ล้านบาท แต่เนื่องจากงานนี้เป็นโปรเจกต์ใหญ่ ต้องเชิญเกสต์มา 10 คน
ทำให้ต้องถ่ายทั้ง 2 คลิปภายใน 1 วัน ทางช่องเลยยังไม่ได้รับเงิน 50%
ของคลิปที่ 2 ด้วย
ทั้งนี้ หลังจากที่ทั้ง 2 คลิปมีการออกอากาศไปช่วงต้นปี 2567 ก็ได้มีการติดตามเงินไปมากกว่า 5 รอบแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับเช่นกัน
ขณะที่ผู้เสียหายอีกฝั่งเป็นในส่วนของที่เอเจนซี่
ว่าจ้างเหล่าอินฟลูอินเซอร์มาร่วมงานเพื่อโปรโมตเกม
ซึ่งบริษัทเกมจ่ายเงินให้เอเจนซี่แล้ว
แต่กลุ่มอินฟลูเอนเซอร์กลับไม่ได้เงินจากเอเจนซี่ โดย นกฮูก จากช่อง HookHuukGaming เผยว่า เอเจนซี่นับเป็นเอเจนซี่ใหญ่ในวงการเกม
และทำแบบนี้มากับเหยื่อจำนวนหลายรายแล้ว แต่ไม่มีใครกล้าออกสื่อ
ไม่มีใครกล้าพูด ตอนนี้ตนเองคิดว่าไม่น่าได้เงินคืนแล้ว
แต่ก็ไม่อยากให้เขาไปทำแบบนี้กับคนอื่น

ภาพจาก โหนกระแส
ผู้บริหาร รับมีปัญหาการเงิน ว่ายังไงเรื่องจ่ายค่าตัว ?
ต่อมา เจม ผู้บริหารเอเจนซี่ ได้โฟนอินเข้ามาในรายการ
ยอมรับว่าทางบริษัทมีปัญหาด้านการลงทุน
ประสบปัญหาขาดทุนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 และยังมีหนี้สินสะสม
ทำให้จ่ายเงินล่าช้า
ช่วงปลายปีที่ผ่านมาก็ได้มีการหารือเรื่องการชำระเงินคืนไว้เบื้องต้นแล้ว
ขณะนี้อยู่ระหว่างไล่ตรวจสอบว่าจะมีเจ้าหนี้รายไหน
ที่ทางบริษัทยังรับเงินมาไม่ครบ ก็จะไปตามเก็บเงินจากฝั่งนั้น

ภาพจาก โหนกระแส
ทั้งนี้ เจมยอมรับว่า ตนเองเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งเอเจนซี่
พอจะรู้เรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว
แต่ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้เข้ามารับตำแหน่งดูแลจุดนี้จริงจัง
เพิ่งมาตรวจสอบบัญชีและข้อมูลต่าง ๆ
หลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อไม่กี่เดือนก่อน อย่างไรก็ตาม
พอตอนนี้มีประเด็นโซเชียล ทำให้มีคนแคนเซิลงานตน
บริษัทจึงไม่สามารถเก็บเงินได้ ขายงานก็ไม่ได้
ตอนนี้ตนก็อยากจะนัดกลุ่มผู้เสียหายมาพูดคุยกัน
ยืนยันว่าตั้งใจจะคืนเงินให้อินฟลูเอนเซอร์ทุกบาททุกสตางค์ อย่างไรก็ตาม
เมื่อสอบถามถึงกำหนดเวลาในการชำระเงินให้กลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ เจม
กลับให้คำตอบเพียงตอนนี้กำลังเร่งดำเนินการกับทนาย
ในส่วนการเก็บเงินจากลูกหนี้บริษัท

ภาพจาก โหนกระแส
สุดท้าย หนุ่ม กรรชัย
เสนอว่าจากนี้คงจะต้องให้ทาง กัน จอมพลัง นำกลุ่มผู้เสียหายไปแจ้งความก่อน
และจะมีการนัดพูดคุยกันอย่างไรก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง
เพราะมองว่าเรื่องที่ทางบริษัทติดเงินค่าจ้างอินฟลูเอนเซอร์
กับส่วนที่ไปตามเก็บหนี้จากลูกหนี้บริษัทนั้น มันเป็นคนละส่วนกัน
ทางเอเจนซี่ควรหามาตรการอื่นเพื่อหาเงินมาคืนอินฟลูเอนเซอร์ก่อน ซึ่งทาง
เจม ก็ยินยอมในเรื่องที่จะให้กลุ่มผู้เสียหายไปแจ้งความ
KUBET – ภาพปริศนา เจอตัวประหลาดในสระว่ายน้ำ ถามคือตัวอะไร รู้เฉลยขนลุกกว่าที่คิด
สาวสงสัยเจอตัวประหลาดในสระว่ายน้ำ โพสต์ถามโซเชียลคือตัวอะไร ก่อนมีผู้รู้มาเฉลย รู้ความจริงขนลุก ไม่ใช่อย่างที่คิด

ภาพจาก Reddit
วันที่ 25 มีนาคม 2568 เว็บไซต์ Hk01 เผยว่า เมื่อไม่นานมานี้ มีหญิงรายหนึ่งในประเทศออสเตรเลีย ได้โพสต์บนชุมชนออนไลน์สอบถามด้วยความสงสัย ภายหลังจากเธอพบ “ตัวประหลาด” บางอย่าง อยู่ในสระว่ายน้ำ มันมีลักษณะแปลกคล้ายกับมีหนามปกคลุมทั้งตัว แถมยังเหมือนมีฟันโผล่ออกมา ก่อนที่ผู้รู้จะมาให้คำตอบไขปริศนา และเมื่อรู้เฉลยทำเอาขนลุกไม่น้อยเลยทีเดียว
หญิงรายนี้ได้โพสต์ลงบน Reddit โดยตั้งหัวข้อว่า “ฉันเจอตัวประหลาดอะไรในสระว่ายน้ำ ?” พร้อมทั้งอธิบายว่า เธออาศัยอยู่ที่เซาธ์ เทอร์ราเมอร์รา ชานเมืองบนชายฝั่งทางเหนือของซิดนีย์ ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งอยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติเลนโคฟ (Lane Cove National Park)
“ฉันเจอตัวประหลาดนี้ในสระว่ายน้ำ มันไม่ขยับตัว เหมือนว่าตายแล้ว มันดูแปลกเกินจริง หรือว่าฉันจะเจอตัวเอเลี่ยน ?” เธอ กล่าว

ภาพจาก Reddit
จากภาพจะเห็นว่า ตัวประหลาดนี้มีรูปร่างเหมือนไม้สีน้ำตาล มีลักษณะเหมือนหนามเต็มตัว มองไกล ๆ คล้ายกับลูกขนุนแก่ ส่วนปลายด้านหนึ่งเหมือนเป็นหางแหลมยาว และที่น่าตกใจก็คือ ที่บริเวณหัวด้านหน้าของมันมีบางอย่างสีขาว ๆ ลักษณะแหลมคล้ายกันเป็นฟันของมัน ดูรวม ๆ แล้วชวนให้รู้สึกน่าสะพรึง
ภายหลังจากภาพปริศนาของหญิงสาวถูกเผยแพร่ออกมา
ก็ได้รับความสนใจจากผู้ใช้โซเชียล
หลายคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นตกตะลึงและพยายามคาดเดา
ก่อนที่จะมีผู้รู้เข้าไปเฉลยว่า
ตัวประหลาดที่หญิงรายนี้พบนั้นไม่ใช่ตัวของสัตว์อะไร
แต่เป็นหางที่หักของตุ๊กแกชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นสายพันธุ์เฉพาะของออสเตรเลีย

ตุ๊กแกที่ว่านี้คือ ตุ๊กแกหางใบไม้ใต้ (Southern Leaf-tailed Gecko)
เป็นสัตว์ประจำถิ่นของออสเตรเลีย
พบได้ทั่วไปในภูเขาแถบชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของควีนส์แลนด์
และทางเหนือของนิวเซาธ์เวลส์
ชื่อของมันถูกตั้งขึ้นตามลักษณะของหางที่คล้ายกับรูปทรงใบไม้
เมื่อเผชิญภัยคุกคาม
มันมักจะสลัดหางทิ้งเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของนักล่าและหลบหนี
แต่ทั้งนี้เมื่อมันสลัดหางทิ้งไปแล้ว ก็มีแนวโน้มสูงว่ามันจะไม่รอดชีวิต
ส่วนบริเวณที่เป็นสีขาวด้านหน้านั้น มีผู้รู้อธิบายเพิ่มเติมว่า
มันคือโครงสร้างพิเศษของตุ๊กแกสายพันธุ์นี้ที่มีขึ้นเพื่อให้ง่ายต่อการดีดหางสลัดทิ้ง
และตรงที่ดูเหมือน “ฟัน” จริง ๆ แล้วคือเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อที่หักของมัน
แม้จะได้รู้เฉลยความจริงแล้วหลายคนก็ยังรู้สึกประหลาดใจ กล่าวว่า
“ไม่คาดคิดเลยว่าหางของตุ๊กแกจะดูน่ากลัวขนาดนี้”
“ขนลุกมาก ไม่เคยเห็นสัตว์ชนิดนี้มาก่อน”
“ฉันเข้าใจว่าตรงที่เป็นสีขาวคือฟันของมันจริง ๆ”
“หางของมันใหญ่ขนาดนี้ แล้วตัวของมันจะขนาดไหน”
ขอบคุณข้อมูลจาก Hk01, Daily Mail